Browse Tag by บริหารเวลา
บริหารเวลาทำงาน

ช่วง WFH บริหารเวลาอย่างไรไม่ให้เครียด

ช่วง WFH บริหารเวลาอย่างไรไม่ให้เครียด

Work from home หรือใช้ WFH เป็นคำย่อที่แพร่หลายเป็นที่รู้จักในวงกว้าง พร้อม ๆ กับสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 ที่ส่งผลกระทบออกไปในทุก ๆ ด้าน ทั้งเศรษฐกิจ สังคม การศึกษา โดยเฉพาะวิถีการดำรงชีวิตที่เปลี่ยนไปในพริบตา แบบ New Normal หรือชีวิตปกติใหม่ แต่ทั้งหมดทั้งมวลก็เพื่อความปลอดภัยในสุขอนามัยของทุกคน โดยเน้นประเด็นเรื่องการลดความแออัดและการแพร่ระบาด โดยให้ละเว้นการเดินทางในระบบขนส่งสาธารณะให้ได้มากที่สุด ทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชนจึงเลือกที่จะให้มาตรการ WFH หรือ Work from home เพื่อลดความเสี่ยงในการได้รับเชื้อไวรัสโคโรน่านั่นเอง แต่ทว่าหลายคนก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่า Work from home จริง ๆ แล้วเป็นเช่นไร เราจะพาไปทำความรู้จักการ WFH อย่างเหมาะสม ซึ่งจะช่วยเราบริหารเวลาไม่ให้เครียดได้อีกด้วย

สำหรับวิธีการ Work from Home นั้นมีขั้นตอนการปฏิบัติง่าย ๆ ดังนี้

1. เตรียมพร้อมอุปกรณ์การทำงาน เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก USBและ External บรรจุไฟล์เอกสาร ภาพประกอบโครงการต่าง ๆ เบอร์โทรศัพท์ และอุปกรณ์จำเป็นอื่นให้พร้อมสำหรับการเริ่ม Work from Home

2.กำหนดตารางเวลาการทำงาน เหมือนขณะที่ปฏิบัติงานในออฟิศหรือสำนักงาน เช่น เริ่มปฏิบัติงานตั้งแต่ประมาณ 08.30 น. พักกลางวันเวลา 12.00 น. และกลับสู่โหมดปฏิบัติงานเวลา 13.00 น.จนกระทั่งหมดเวลาทำงานหรือเสร็จสิ้นโครงการตามที่วางแผนไว้ ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลกแต่อย่างใด เพราะ WFH คือการทำงานแบบเต็มเวลาขณะที่อยู่บ้านนั่นเอง

3. เพื่อลดความตึงเครียดในการใช้สายตาและสมอง ควรจัดสรรเวลาประกอบเมนูมื้อกลางวัน ที่ช่วยให้อิ่มแบบสุขภาพดี หรืออาหารว่างประโยชน์เยอะที่ช่วยบำรุงสมองและสายตาไปพร้อม ๆ กัน เช่น นม น้ำผลไม้ปั่น ฯลฯและที่สำคัญการทำอาหารก็เป็นการทำสมาธิและผ่อนคลายความตึงเครียดลงได้อีกวิธีหนึ่งด้วย

4. การเลือกใช้แอปพลิเคชันทันสมัยในการทำงานร่วมกับทีม เช่น (Zoom, Skype หรือ การประชุมผ่าน VDO Conference หรือโปรแกรม Line เพื่อให้เราสามารถบริหารเวลาในส่วนต่าง ๆ ได้อย่างราบรื่น รวดเร็วต่อเนื่อง ส่งผลให้งานสำเร็จด้วยความสุขใจ

5. การเอาใจใส่ต่อสุขภาพร่างกาย ซึ่งอาจเป็นผลพวงมาจากการหักโหมเร่งงาน ทำให้นั่งนานจนปวดเมื่อย ปวดหลัง เป็นต้น ดังนั้นควรตั้งเวลาปลุกไว้ทุก ๆ 1-2 ชั่วโมงการทำงาน เพื่อการพักออกกำลังกายยืดเส้นยืดสายเบา ๆ ไปเดินเล่นชมนกชมไม้ หรือเอนหลังจิบเครื่องดื่มเย็น ๆ หรือน้ำผลไม้สดเย็นชื่นใจ นอกจากช่วยให้ผ่อนคลายแล้ว การพักผ่อนระหว่างทำงานยังเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานด้วย เช่น สามารถคิดอ่านและตัดสินใจได้ดีขึ้น หรือปิ๊งไอเดียบางอย่างขณะที่พัก เป็นต้น

นอกจากนี้วิธีข้างต้นแล้ว ยังมีเทคนิคในการบริหารเวลาที่น่าสนใจ ช่วยให้งานดี สุขภาพเลิศ โดยคุณสามารถทำได้ง่าย ๆ ด้วยกฎ 20-20-20 เช่น ให้พักสายตาทุก ๆ 20 นาที หันไปมองต้นไม้ใบหญ้าสีเขียว ๆ หรือจุดตัดของขอบฟ้าที่ใดที่หนึ่งในระยะ 20 ฟุต หรือ 6 เมตร โดยประมาณ ภายในเวลา 20 วินาที เพียงเท่านี้ความตึงเครียดของกล้ามเนื้อบริเวณกระบอกตา สมอง ต้นคอ บ่าและไหล่ จะผ่อนคลายลงได้อย่างน่ามหัศจรรย์

เรื่องของเวลา

5 ทักษะการบริหารเวลาที่พัฒนาได้ด้วยตัวเอง

5 ทักษะการบริหารเวลาที่พัฒนาได้ด้วยตัวเอง

ทักษะการบริหารจัดการเวลาช่วยให้มีความเป็นมืออาชีพ ไม่ว่าจะทำอะไรหรือแม้แต่หน้าที่ความรับผิดชอบประจำวันหากทำได้อย่างเชี่ยวชาญ รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ นั่นคือความเป็นมืออาชีพที่กล่าวถึง แม้จะมีเวลาไม่มากหรือมีงานล้นมือแต่ถ้าสามารถพัฒนาทักษะการบริหารเวลาจะช่วยให้บรรลุเป้าหมายได้ทันท่วงที ไม่ต้องรู้สึกเครียดกับงานมากเกินไปหรือรู้สึกว่าต้องรับผิดชอบมากเกินไป การจัดการเวลาให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นไม่ใช่เรื่องยาก เพียงแต่ต้องใช้เวลา ซึ่งแต่ละคนก็จะมีวิธีการของตนเองแตกต่างกันไป แนะนำเคล็ดลับที่คุณสามารถเรียนรู้ด้วยตัวเองได้มาฝากกันดังนี้

1.จัดลำดับความสำคัญของงาน
ก่อนเริ่มงานควรวางแผนทำงานสำคัญและต้องการให้เสร็จเร็วในทันที ส่วนงานไม่สำคัญเก็บไว้ทีหลัง ไม่ควรเสียเวลาและพลังงานไปกับงานที่ไม่สำคัญเพราะเห็นว่าง่ายและไม่เครียด อยากให้งานออกมามีประสิทธิภาพต้องมีสมาธิตั้งใจทำงานสำคัญและเร่งด่วนให้ดีที่สุด เวลาที่เหลือจึงใช้กับงานอื่น ๆ ตามตารางเวลาอย่างเหมาะสม งานทั้งหมดที่ได้รับมอบหมายจะได้เสร็จในเวลาอันสั้น ทำงานได้ดี มีเวลาส่วนตัวและเวลาอยู่กับครอบครัว ทั้งยังลดความเครียดไปได้ด้วย

2.วางสิ่งที่ต้องทำให้เสร็จในแต่ละวัน
ก่อนเริ่มงานในแต่ละวันควรเขียนรายการ “สิ่งที่ต้องทำ” วางแผนคร่าว ๆ ว่าวันนี้ต้องทำอะไรบ้าง ลำดับความสำคัญและจำเป็น จากนั้นทำเรียงกันไปทำให้สำเร็จทีละอย่าง หากมีงานใหญ่สำคัญมาก ๆ ทำให้เสร็จก่อนแล้วอย่างอื่นค่อยทำในวันถัดไปหรือกระจายงานไปให้เพื่อนร่วมทีมช่วยแบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบอย่างเหมาะสม หมั่นวางแผนจดรายการสิ่งที่ต้องทำ ทั้งเรื่องของการงานธุรกิจ งานบ้าน และเรื่องส่วนตัว

3.กำหนดเวลาทำงานให้สำเร็จ
การลำดับความสำคัญของงานมีหลายวิธี งานที่มีกำหนดเส้นตายนับเป็นอีกหนึ่งงานที่ต้องมาก่อนและทำให้สำเร็จเป็นอันดับแรก ช่วยให้การบริหารจัดการเวลาง่ายขึ้นมองเห็นภาพเพื่อให้จะทำงานได้อย่างต่อเนื่องทั้งในอาชีพการงานและชีวิตส่วนตัว เลิกพฤติกรรมผลัดวันประกันพรุ่ง เพราะจะเสียเวลาและสูญพลังงานไปโดยเปล่าประโยชน์ พยายามทำงานให้เสร็จก่อนกำหนดเส้นตายอย่างน้อย 2-3 วัน

4.หลีกเลี่ยงการทำงานหลายอย่างพร้อมกัน
หลายคนเข้าใจผิดคิดว่าการทำงานหลายอย่างพร้อมกันเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพ แต่ความจริงแล้วการจดจ่อมีสมาธิกับสิ่งที่ทำจะทำได้ดีและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ถือเป็นวิธีปรับปรุงทักษะการจัดการเวลาได้ดีกว่า แนะนำให้ใช้ประโยชน์จากรายการ “สิ่งที่ต้องทำ” และกำหนดเวลาเส้นตายเพื่อช่วยประหยัดเวลาและทำสิ่งต่าง ๆ ได้มากขึ้น

5.รู้จักแบ่งงานให้คนที่เหมาะสม
มอบหมายงานให้ลูกน้องทำบ้าง เป็นเรื่องปกติถ้าบางวันจะมีงานล้นมือจนรับไม่ไหว เมื่อหน้าที่มากเกินกว่าที่จะรับผิดชอบได้ ทำให้เกิดความเครียดและเบื่อหน่ายงาน การมอบหมายงานให้คนอื่นทำถือเป็นทักษะการบริหารเวลาที่มีประสิทธิภาพเพื่อให้งานเสร็จเร็วขึ้น ความเครียดมักเกิดขึ้นเมื่อเรารับงานมากกว่ากำลังที่จะทำได้ ทำให้รู้สึกเหนื่อยล้า ลองพักสายตา หายใจยาว ๆ ออกไปเดินข้างนอก ออกกำลังกาย ฝึกสมาธิ ฟังเพลง ทำงานอดิเรก เป็นวิธีจัดการกับความเครียดอย่างชาญฉลาด

ทุกคนมีเวลาเท่ากัน หากบริหารเวลาได้ดีกว่า ก็จะทำให้ใช้เวลาได้อย่างคุ้มค่า ดังนั้น ขอให้เริ่มวางแผนทันที แล้วคุณจะพบว่ามีเวลาเหลือทำสิ่งต่าง ๆ ได้มากขึ้น

บริหารเวลาทำงาน

บริหารเวลาอย่างไร ให้เข้ากับนาฬิกาชีวิต

นาฬิกาชีวิต

นาฬิกาชีวิตเป็นศาสตร์ที่มีมาแต่โบราณ โดยเราทุกคนมีช่วงเวลาที่อวัยวะแต่ละส่วนทำงานได้ดีมากน้อยไม่เท่ากัน จึงเป็นสิ่งที่ควรเรียนรู้และบริหารเวลากิจกรรมทุกวันให้สัมพันธ์กับนาฬิกาชีวิต เพื่อให้สุขภาพดีในระยะยาว

ช่วงเวลาแห่งการดีทอกซ์ – ช่วงเวลาตีหนึ่งถึงตีสาม เราควรนอนหลับให้สนิท เพราะเป็นช่วงสำคัญที่ตับได้ทำหน้าที่ขับสารพิษ เช่น สารต้านอนุมูลอิสระจากความเครียด และสารเจือปนในอาหารที่เรารับประทานระหว่างวันออกไปให้มากที่สุด และยังเป็นช่วงที่มีการหลั่งสารเมลาโทนินให้มีฤทธิ์ทำให้เราหลับลึก ได้ทำหน้าที่อย่างสมบูรณ์ด้วย จึงช่วยชะลอวัยให้ดูอ่อนเยาว์ได้นาน

ช่วงแห่งการฟื้นฟูปอด – ช่วงเวลาตีสามถึงตีห้า เป็นเวลาที่หลายคนตื่นนอนเพื่อเตรียมตัวไปทำงาน และเป็นเวลาดีสำหรับการสูดดมออกซิเจนบริสุทธิ์จากอากาศไปฟื้นฟูระบบทางเดินหายใจด้วย การตื่นนอนในช่วงเวลานี้และเดินสูดอากาศในสวนสาธารณะจึงทำให้ร่างกายสดชื่น สมองแจ่มใสพร้อมต่อการทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพทั้งวัน

ช่วงแห่งการกระตุ้นลำไส้ใหญ่ – ช่วงเวลาตีห้าถึงเจ็ดโมงเช้า เป็นเวลาสำคัญที่ควรกระตุ้นให้ลำไส้ใหญ่บีบตัว โดยการขับถ่ายของเสียออกจากร่างกาย เพียงใช้เทคนิคง่าย ๆ คือ หลังจากตื่นนอนตอนเช้าให้ดื่มน้ำสะอาด 1 แก้วและเดิน 15-30 นาที หรือการรับประทานกล้วยน้ำว้าสุกหรือลูกพรุนเป็นประจำก่อนนอน ก็จะทำให้ลำไส้ใหญ่ทำงานดี ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคริดสีดวงทวารหนักและท้องผูกได้ด้วย

ช่วงกระเพาะเปิดรับอาหาร – เวลาเจ็ดโมงถึงเก้าโมงเช้า เป็นเวลาดีสำหรับกระตุ้นระบบย่อยในกระเพาะอาหาร เราจึงควรรับประทานอาหารมื้อแรกของทุกวันในเวลานี้ และยังทำให้ร่างกายสดชื่นหลังจากการอดอาหารมาตลอดทั้งคืน ทั้งนี้มีผลวิจัยพบว่าคนที่รับประทานอาหารเช้าในช่วงเวลาดังกล่าว จะมีโอกาสเป็นโรคอ้วนและเบาหวานน้อยลงด้วย

ช่วงเวลาที่เหมาะต่อการออกกำลังกาย – ช่วงหนึ่งทุ่มถึงสามทุ่มเป็นเวลาการขับของเสียของไต จึงควรออกกำลังกายตอนนี้ เช่น วิ่ง ปั่นจักรยาน ว่ายน้ำ ตีเทนนิส ฯลฯ และควรลดการรับประทานอาหารโปรตีนในช่วงมื้อเย็น เพื่อให้ไตไม่ทำงานหนักเกินไป จะทำให้การลดน้ำหนักได้ผลดีและสุขภาพโดยรวมดีขึ้นด้วย

ตัวอย่างที่กล่าวมา แสดงให้เห็นว่าแต่ละช่วงเวลามีสิ่งที่ควรทำแตกต่างกัน หากบริหารเวลาให้เข้ากับนาฬิกาชีวิตได้เป็นประจำทุกวัน พร้อมกับการเลือกรับประทานอาหารที่ดี หากิจกรรมที่ผ่อนคลายความเครียดจากการทำงาน ฯลฯ ก็จะทำให้สุขภาพของคุณดีขึ้น มีพลังกายและพลังสมองที่พร้อมต่อการใช้ชีวิตอย่างมีความสุข และจะมีประสิทธิภาพการทํางานดีขึ้นด้วย

บริหารเวลาทำงาน

เคล็ดลับบริหารเวลางานประจำ งานเสริม และเวลาส่วนตัว

เคล็ดลับบริหารเวลางานประจำ งานเสริม และเวลาส่วนตัว

ทุกวันนี้การทำงานประจำอย่างเดียว อาจจะมีรายได้ไม่พอค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือน ทำให้คนส่วนใหญ่หันมาทำอาชีพเสริม เพื่อให้ได้รายได้อีกทางมาช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่าย แต่การทำทั้งสองงานให้ประสบความสำเร็จทั้งคู่ อาจจะไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด เนื่องจากข้อจำกัดเรื่องเวลา จากตอนแรกเราต้องแบ่งเวลาแค่ 2 ช่วง คือเวลางานประจำ และเวลาส่วนตัว พอมีงานเสริม กลับต้องแบ่ง 24 ชั่วโมงเป็น 3 ส่วน ซึ่งวันนี้เรามี เคล็ดลับบริหารงานทั้ง 3 ช่วงเวลามาฝากกัน

บริหารเวลา โดยการแบ่งเวลาให้เป็น

การแบ่งเวลาให้เป็นสามารถเริ่มได้ด้วยการวางแผนจัดตารางเวลา เช่น 1 วันเรามีสิ่งไหนที่ต้องทำบ้าง ควรเริ่มจากการวางแผนรายวัน รายสัปดาห์ รายเดือน รายปี หลังจากเราวางแผนแล้ว เราก็ควรที่จะจัดลำดับหรือให้ความสำคัญของงานแต่ละอย่าง โดยสามารถแบ่งระดับความสำคัญได้เป็น 4 ประเภท คือ

1. สำคัญ และเร่งด่วน
2. สำคัญ แต่ไม่เร่งด่วน
3. ไม่สำคัญ แต่เร่งด่วน
4. ไม่สำคัญ และไม่เร่งด่วน

หลังจากจัดลำดับความสำคัญได้แล้ว เราต้องทำตามแผนงานตารางเวลาที่วางไว้ ไม่ผัดวันประกันพรุ่ง เลื่อนไปทำวันอื่น เขียนแล้วต้องทำให้ได้ เป็นการฝึกวินัยให้ตนเองด้วย

บริหารเวลา โดยการแบ่งเวลาให้ชัดเจน

แบ่งเวลาให้ชัดเจนว่าเป็น เวลางานประจำ งานเสริม หรือเวลาส่วนตัว เราควรทำอย่างใดอย่างหนึ่งในช่วงเวลานั้น ไม่ควรทำหลายอย่างในเวลาเดียวกัน ควรแบ่งให้ชัดเจน เช่น เวลาทำงานประจำ ก็ควรสมาธิจดจ่อกับการทำงานประจำเพียงอย่างเดียว ตัดความคิดนอกเรื่องออก เพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพ หรือเวลากลับบ้านก็ไม่ควรคิดเรื่องงาน ใช้เวลากับครอบครัว ให้เวลากับตัวเองอย่างเต็มที่

บริหารเวลา โดยการลดช่วงเวลาที่ไม่สำคัญ เพิ่มช่วงเวลาที่สำคัญแทน

ปกติ เราแบ่ง 8 ชั่วโมง สำหรับเวลางานประจำ, 2 – 4 ชั่วโมง สำหรับการเดินทาง, 12 – 14 ชั่วโมงสำหรับเวลาส่วนตัว แต่ถ้าเราจะมีการทำงานเสริมเพิ่มเข้ามา เราก็ต้องลดทอนเวลาในส่วนอื่นลง แต่เราไม่สามารถลดเวลาของการทำงานประจำลงได้ ก็ได้แต่ลดช่วงเวลาของการเดินทางหรือเวลาส่วนตัวลง ลดเวลาของการเดินทางลง โดยการหาที่ทำงานที่ใกล้กับที่พัก หรือย้ายไปอยู่หอพัก คอนโด ที่ใกล้ที่ทำงาน เราก็จะมีเวลาว่างเพิ่มขึ้นอีกหลายชั่วโมง อีกทั้งลดเวลาส่วนตัวลง โดยใช้การแบ่งเวลาให้เป็น ถ้าเป็นเวลาส่วนตัว แต่ไม่มีประโยชน์ เช่น การเล่นโซเชียลมีเดียตลอดเวลา ตามข่าวดราม่า ข่าวเรื่องคนอื่น เป็นต้น เราอาจจะลองแบ่งเป็น 8 ชั่วโมง สำหรับเวลางานประจำ, 1-2 ชั่วโมง สำหรับการเดินทาง, 8-10 ชั่วโมงสำหรับเวลาส่วนตัว, 4-7 ชั่วโมงสำหรับงานเสริม

อย่างไรก็ตาม อย่าลืมบริหารเวลาส่วนตัวสำหรับการดูแลสุขภาพกันด้วย การทำงานหนักจนมีผลกระทบต่อสุขภาพ ถึงมีเงินเท่าไหร่ก็ได้ไม่คุ้มเสีย

บริหารเวลา โดยการแบ่งเวลาให้เป็น

บริหารเวลาทำงาน

ก่อนจะบริหารเวลาเป็นแบบมืออาชีพได้ ต้องไม่มีข้ออ้างอะไรบ้าง

ก่อนจะบริหารเวลาเป็นแบบมืออาชีพได้ ต้องไม่มีข้ออ้างอะไรบ้าง

การ บริหารเวลา 24 ชั่วโมงของคุณให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เป็นเรื่องที่ต้องทำอย่างมีวินัยสม่ำเสมอ ซึ่งมีคำที่คนทั่วไปมักใช้เป็นข้ออ้างอยู่หลายคำ ที่จะทำให้บั่นทอนประสิทธิภาพในการใช้เวลา เรามาดูกันว่า คำอะไรบ้างที่คนเราต้องปรับทัศนคติและไม่ควรพูด หากต้องการใช้เวลาให้มีค่ายิ่งขึ้น

ข้ออ้างที่ไม่ควรใช้ในการบริหารเวลา

ต้นทุนต่ำ : การที่คุณมองตัวเองว่าเป็นคนที่มีต้นทุนต่ำ มีเงินทองชื่อเสียงหรือความสามารถน้อยกว่าคนอื่น จะทำให้จิตใจรู้สึกห่อเหี่ยวท้อแท้ และไม่มีเรี่ยวแรงที่จะลุกขึ้นมาทำอะไรใหม่ ๆ ให้กับตัวเองและครอบครัว เป็นปัญหาด้านทัศนคติที่จะส่งผลต่อชีวิตของคุณในระยะยาว คำว่าต้นทุนต่ำจึงเป็นคำที่ควรตัดออกไปจากวงจรชีวิตของคุณในเบื้องต้น

ไม่มีเวลา : การจะทำทุกสิ่งอย่างต้องใช้เวลาทั้งนั้น แต่คนที่บริหารเวลาได้อย่างมีคุณภาพ 24 ชั่วโมง สามารถทำงานได้มากกว่าคนอื่นนั้น มาจากการคิดแล้วลงมือทำเลย ไม่รอว่าจะต้องมีความพร้อมในด้านต่าง ๆ หรือมัวแต่คิดจินตนาการ แต่ไม่ได้ลงมือทำเสียจริง ๆ หากคุณเป็นคนหนึ่งที่มัวแต่พูดว่าไม่มีเวลาและใช้เวลาไปกับเรื่องที่ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์เท่าที่ควร ก็ควรที่จะเริ่มสำรวจตัวเองและวางแผนตารางการใช้ชีวิตในแต่ละวันเสียใหม่

โอกาสน้อย : การมองโลกในแง่ร้ายว่าตัวเองไม่มีโอกาสที่จะทำสิ่งต่าง ๆ ได้ดีเท่าเทียมคนอื่น เป็นปัญหาด้านทัศนคติอย่างหนึ่งที่จะทำให้คุณหยุดนิ่งอยู่กับที่ การคุยกับผู้ประสบความสำเร็จในชีวิตด้านต่าง ๆ เพื่อนำแนวทางที่ดีมาประยุกต์ใช้ในการทำงาน การศึกษาหาความรู้ใหม่ ๆ ทางด้านวิชาการ ทักษะทางคอมพิวเตอร์ ภาษา การขายของออนไลน์ ฯลฯ เหล่านี้เป็นสิ่งที่จำเป็นในยุคสมัยปัจจุบัน เพื่อให้คุณสามารถนำไปประกอบอาชีพเลี้ยงตัวเองและครอบครัวได้ คำว่าไม่มีโอกาสจึงเป็นสิ่งที่คุณต้องลบออกไปจากสมองได้แล้ว

ทำไม่ได้ : หลายคนที่มองผู้ที่ประสบความสำเร็จในชีวิตในจุดสูงสุดที่มีทั้งชื่อเสียง เงินทองและความสามารถอย่างรอบด้าน คุณอาจจะมองว่าตัวเองไม่มีทางทำได้แบบเขา ซึ่งจะทำให้คุณไม่กล้าเริ่มต้นที่จะทำสิ่งใด ๆ เลย คุณควรจะมองว่าคุณกำลังก้าวสู่ความสำเร็จ โดยเริ่มต้นที่จะจัดการตารางเวลาของตัวเองอย่างมีประสิทธิภาพ และลงมือทำอย่างจริงจัง เพียงเท่านี้ คุณก็จะสามารถประสบความสำเร็จแบบเขาเหล่านั้นได้

การบริหารเวลาอย่างมีคุณภาพ ต้องเริ่มจากทัศนคติที่ดีและมีเป้าหมายในการใช้ชีวิต เราหวังว่าบทความนี้จะเป็นแนวทางให้ทุกท่านปรับทัศนคติเสียใหม่ เพื่อให้การบริหารจัดการเวลาในแต่ละวันมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

ข้ออ้างที่ไม่ควรใช้ในการบริหารเวลา

เรื่องของเวลา

วิธีบริหารเวลาขั้นเทพ 2019 ทำอย่างไรให้คุ้มค่า

วิธีบริหารเวลาขั้นเทพ 2019 ทำอย่างไรให้คุ้มค่า

ในแต่ละวันเรามีเวลาเท่ากันคือ 24 ชั่วโมง แต่สิ่งที่แตกต่างกัน คือ การ บริหารเวลา ที่มีประสิทธิภาพไม่เท่ากัน จึงส่งผลต่อระดับการประสบความสำเร็จในชีวิต ทั้งด้านการงาน การเงิน และชีวิตส่วนตัว การบริหารเวลาที่ลงตัว จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้ทุกคนประสบความสำเร็จได้สูง ไม่ว่าจะอยู่ในวัยเรียนหรือทำงาน

เราจึงได้รวบรวมเทคนิคการบริหารเวลาขั้นเทพที่ทุกท่านสามารถนำไปใช้ได้ มาฝากกัน ดังนี้

1. ใส่ใจเฉพาะเรื่องสำคัญ มองข้ามเรื่องหยุมหยิมบ้าง

การใส่ใจในทุกเรื่องและทุกรายละเอียด จะทำให้เสียเวลาที่มีคุณค่าไปโดยเปล่าประโยชน์ ที่เห็นได้ชัดคือ การเลือกเสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย ที่ผู้บริหารส่วนมากจะเลือกเสื้อผ้าแบบเดียวกัน เป็นสูทเข้มและเสื้อเชิ้ตสีพื้น ที่ทำให้ไม่ต้องเลือกมากในการแต่งกาย แม้แต่ผู้บริหารชั้นนำรุ่นใหม่ อย่าง มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก ก็ใช้เสื้อยืดสีพื้นใส่คู่กับกางเกงยีนส์ในการทำงานทุกวัน ทั้งนี้ เพราะคนเหล่านี้เลือกใช้เวลาไปกับเรื่องที่สามารถสร้างรายได้หรือทำให้มีการเติบโตทางธุรกิจมากกว่า การเลือกเสื้อผ้าในชีวิตประจำวันนั่นเอง

2. มีการวางแผนตารางเวลาและวิเคราะห์จุดอ่อนสม่ำเสมอ

นอกจากนักบริหารที่ต้องมีตารางเวลาเคร่งครัดแล้ว ผู้ที่ทำงานด้านวงการบันเทิงอย่างดาราฮอลลีวู้ด พิธีกร youtuber ชื่อดังจำนวนมาก จะมีตารางเวลาที่กำหนดไว้ เช่น การออกกำลังกายในช่วงเช้าก่อนการไปทำงาน เพื่อทำให้รูปร่างสวยงามสมส่วน และทำให้อารมณ์แจ่มใสอยู่เสมอ และหากทำไม่ได้ตามเป้าหมายในตาราง ก็จะทำการวิเคราะห์ตัวเองว่าเกิดจากจุดด้อยอย่างไร เพื่อทำการแก้ไขโดยเร่งด่วน จะทำให้การบริหารเวลาในวันต่อไปมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

3. ลำดับความสัมพันธ์ให้เป็นแบบมืออาชีพ

งานแต่ละชิ้นจะมีความสำคัญและการเร่งด่วนไม่เท่ากัน งานบางอย่างยังต้องใช้พลังความคิด ใช้แรงงานในการปฏิบัติ หรือต้องประสานงานกับบุคคลต่าง ๆ ในวงการธุรกิจ เช่น ลูกค้า แผนกกฎหมาย ฝ่ายบุคคล ฯลฯ ซึ่งล้วนต้องใช้ทักษะและเวลาไม่เท่ากัน ผู้ที่ประสบความสำเร็จในทุกวงการ มักเลือกงานที่สำคัญมากที่สุดและต้องใช้พลังกายและใจมากที่สุด ทำให้สำเร็จเป็นอันดับต้น ๆ ของวัน เพราะร่างกายได้รับการพักผ่อนมาอย่างเต็มที่ตลอดคืน จึงทำให้มีประสิทธิภาพในการคิดได้อย่างโลดแล่น มองการณ์ได้อย่างทะลุปรุโปร่ง ส่วนงานที่สำคัญน้อยกว่าจะทำในช่วงบ่ายหรือตอนเย็น หรือยกให้ผู้อื่นช่วยประสานงานแทน

จะเห็นได้ว่า เทคนิคการบริหารเวลาขั้นเทพที่ยกตัวอย่างมา เป็นสิ่งที่เราทุกคนนำไปใช้ได้ในทุกสาขาอาชีพ ขอเพียงมีความตั้งใจและมุ่งมั่นที่จะพัฒนาตนเองให้ประสบความสำเร็จยิ่งขึ้นในทุกด้าน ก็ย่อมทำให้การบริหารเวลามีประสิทธิภาพ สามารถใช้เวลาในแต่ละวันได้อย่างคุ้มค่ามากที่สุด

รวบรวมเทคนิคการบริหารเวลาขั้นเทพ

เรื่องของเวลา

เคล็ดลับ บริหารเวลา ใช้เวลาช่วงเย็นอย่างมีคุณภาพ

วิธีการแก้ปัญหา การบริหารเวลาสำหรับพ่อแม่

สังคมทุกวันนี้ครอบครัวในเมืองใหญ่มีเวลาให้กันน้อยลง ทุกคนรีบเร่งออกไปทำงานและไปโรงเรียนตั้งแต่เช้า ตอนเย็นฝ่ารถติดกลับมาต่างก็เหนื่อยล้า โอกาสจะชวนกันคุยหรือหากิจกรรมทำด้วยกันน้อยลง ยิ่งเด็กสมัยนี้ติดโทรศัพท์มือถือ เล่นเกมและแชทกับเพื่อน ๆ ไม่สนใจสิ่งอื่น เวลาของครอบครัวยิ่งเหลือน้อยนิด ทำให้เกิดช่องว่างมากขึ้น วิธีการแก้ปัญหาคือพ่อแม่ควรริเริ่มบริหารเวลาช่วงบ่ายหลังจากโรงเรียนเลิก มองหาเคล็ดลับบางอย่างเป็นช่วยให้จัดการเวลาแต่ละวันอย่างมีประสิทธิภาพ มีคำแนะนำที่คุณทำได้มาฝากกันดังนี้

วิธีการแก้ปัญหา การบริหารเวลาสำหรับพ่อแม่

วางแผนปฏิทินครอบครัวร่วมกัน

ภายในเวลากว่า 3-6 ชั่วโมงก่อนนอนมีกิจกรรมมากมายที่ต้องทำ รวมถึงเรียนพิเศษ ฝึกซ้อมกีฬา ทำการบ้าน ไปจนถึงอาหารเย็น การบริหารเวลาไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ทำให้ง่ายได้ ด้วยการวางแผนตารางเวลาครอบครัวให้เหลือกับการทำงาน เพียงจดบันทึกบนปฏิทินว่าวันไหนเด็ก ๆ มีกิจกรรมพิเศษอะไรบ้าง ช่วยให้ง่ายต่อการจัดระเบียบกิจวัตรประจำวัน รู้เวลาที่ครอบครัวอยู่พร้อมหน้าหลังเลิกเรียนในแต่ละวันเพื่อวางแผนใช้เวลากับลูก ๆ อย่างมีคุณภาพ แม้มีเวลาจำกัด แต่ก็ทำให้เกิดประโยชน์ได้

มอบหมายงานบ้านให้ลูกรับผิดชอบ

พ่อแม่ต่างมีภาระหน้าที่หลายอย่าง ลองมอบหมายภารกิจให้ลูก ๆ ทำคนละอย่างช่วยเบาแรงพ่อแม่ได้ การแบ่งงานควรเลือกให้เหมาะสมกับวัย ความถนัด และความพอใจของแต่ละคน เริ่มต้นด้วยสิ่งง่าย ๆ เช่น ตารางทิ้งขยะ เก็บพับผ้า เด็กหลายคนชอบมีส่วนร่วมในกิจวัตรประจำวันของครอบครัว แทนที่กลับบ้านมาแล้วต่างคนแยกไปอยู่ลำพัง ทุกคนกลับมารวมกันทำอาหารหรือช่วยทำความสะอาด ทำให้งานบ้านที่ดูน่าเบื่อกลับเป็นดูน่าสนุก ส่วนใหญ่เด็ก ๆ ที่ช่วยทำงานบ้านมักจะฝึกความรับผิดชอบและเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ประสบความสำเร็จ

บริหารเวลาใช้สมาร์ทโฟนอย่างเหมาะสม

การซื้อโทรศัพท์มือถือให้เด็ก ๆ ไม่ใช่เรื่องฟุ่มเฟือยหากสามารถใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างเช่น การแชร์รายการของชำให้กัน เด็กอาจส่งข้อความเตือนพ่อแม่ว่าซอสมะเขือเทศใกล้หมดแล้ว ขณะเดียวกันพ่อแม่ควรใช้แอปพลิเคชั่นจำกัดเวลาใช้สมาร์ทโฟนของเด็กแต่ละคน รวมถึงช่วงเวลาไหนไม่ควรเล่นมือถือ เช่น ระหว่างกินมื้อเย็นด้วยกัน เพื่อให้อุปกรณ์ดิจิทัลสื่อสารได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ใช่ว่าต่างคนก้มหน้าดูแต่โทรศัพท์ของตนเอง

เตรียมอาหารมื้อเย็นแบบง่าย ๆ

ไม่ว่ามื้อเย็นจะเป็นอาหารสำเร็จรูปหรือเข้าครัวทำเอง ควรเตรียมพร้อมให้เสร็จในครึ่งชั่วโมงหรือน้อยกว่านั้น เพื่อให้ครอบครัวมีเวลานั่งรับประทานมื้อเย็นด้วยกันนานขึ้น ได้พูดคุยกันมากขึ้น หากเลือกเมนูที่มีขั้นตอนยุ่งยาก ยิ่งใช้เวลาทำอาหารมากเท่าไร เวลาปฏิสัมพันธ์กับครอบครัวยิ่งลดน้อยลง หรือถ้าเลือกสั่งซื้อกลับบ้าน พ่อแม่สามารถประหยัดเวลาด้วยการใช้แอปพลิเคชันสั่งซื้ออาหารล่วงหน้าได้เสมอ

เปลี่ยนมาซื้อสินค้าออนไลน์

การซื้อสินค้าทางอินเทอร์เน็ตมีข้อดีทั้งเรื่องความสะดวกและประหยัดเวลา อาจเพิ่มค่าใช้จ่ายจัดส่งเล็กน้อย แต่สิ่งที่ได้กลับมาคือเวลา แทนที่หลังเลิกงานจะออกไปจับจ่ายซื้อของใช้บ้าน เช่น ผลิตภัณฑ์ซักผ้า น้ำยาล้างจาน น้ำมันพืช ยาสีฟัน กระดาษชำระ ในปัจจุบันมีร้านค้าและซูเปอร์มาร์เก็ตหลายแห่งให้บริการสั่งซื้อออนไลน์และส่งให้ถึงบ้าน ประหยัดเวลาและไม่สิ้นเปลืองค่าน้ำมันรถด้วย

นอกจากนี้ในช่วงสุดสัปดาห์ยังเป็นโอกาสให้วางแผนทำกิจกรรมในบ้านและนอกบ้านด้วยกัน ชมภาพยนตร์ เล่นเกม ขี่จักรยาน เล่นกีฬา ปลูกต้นไม้ งานอดิเรกต่าง ๆ ซึ่งมีส่วนกระตุ้นให้พ่อแม่ลูกพูดคุยและใกล้ชิดกันมากขึ้น

เคล็ดลับ บริหารเวลา ใช้เวลาช่วงเย็นอย่างมีคุณภาพ

บริหารเวลาทำงาน

บริหารเวลาอย่างไรให้ทำงานทันส่งเจ้านาย

บริหารเวลาอย่างไรให้ทำงานทันส่งเจ้านาย

การบริหารเวลาในการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพเป็นสิ่งที่สำคัญ เพราะจะมีผลโดยตรงต่อความก้าวหน้าในอาชีพการงานตลอดจนผลการประเมินศักยภาพบุคคลในการพิจารณาเลื่อนตำแหน่ง ตลอดจนมีผลต่อทัศนคติของเพื่อนร่วมงาน โดยเฉพาะการทำงานเป็นทีม ถ้าคุณมีพฤติกรรมส่งงานไม่ทันบ่อย ๆ ก็จะสร้างความเสียหายทั้งต่อตนเองและส่วนรวมได้

ในบทความนี้ เราจึงได้รวบรวมเทคนิคการบริหารเวลาให้ส่งเจ้านายทัน มาฝากกัน เพื่อให้ทุกท่านได้นำไปปรับใช้ในการทำงานให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ดังนี้

1. วางแผนการทำงานล่วงหน้า

คุณควรจะมีแผนระยะสั้นกลางยาวสำหรับแต่ละ Project เพื่อให้กำหนดตารางการทำงานในแต่ละวันได้อย่างมีแบบแผนชัดเจนขึ้น ทั้งนี้ต้องลำดับตามความสำคัญและเร่งด่วนของงานอยู่เสมอ เพื่อให้คุณสามารถทำงานได้หลากหลายมากขึ้นในแต่ละวัน

คำแนะนำเพิ่มเติม: คุณสามารถใช้เวลาวันละ 10-15 นาทีก่อนนอนในการวางแผนและทบทวนสิ่งที่ผ่านมาว่าเป็นไปตามแผนที่วางไว้หรือไม่ หากไม่ เกิดจากสาเหตุใด จะได้รีบปรับแก้ไข ไม่ทำให้งานเกิดการชนกันหรือคั่งค้างในภายหลัง

2. ปิดการสื่อสารระหว่างทำงาน

หากต้องการให้มีสมาธิจดจ่อกับการทำงานให้มากขึ้น ควรปิดเครื่องมือสื่อสารที่ไม่จำเป็น เช่น ไม่รับสายโทรศัพท์ งดตอบ line ไม่แชทในเพจ ไม่เช็คอีเมล์ ฯลฯ จนกว่าจะถึงเวลาที่คุณตั้งเวลาไว้ ซึ่งจะทำให้มีจิตใจจดจ่อกับงานได้ดีขึ้น

เมื่อมีสมาธิมากขึ้น งานที่ทำจะผิดพลาดลดลง งานเสร็จไวขึ้น ทำให้คุณเคลียร์งานได้รวดเร็วกว่าเดิม อาจส่งงานได้ก่อนกำหนดและเหลือเวลาทำกิจกรรมอื่น ๆ ที่ชื่นชอบได้อีกมาก

3. เตรียมอาหารมารับประทานในออฟฟิศ

การเตรียมอาหารกลางวันมารับประทาน ไม่ว่าจะเป็นอาหารที่ทำเองหรือซื้อมา ก็ทำให้คุณไม่ต้องเสียเวลาขับรถออกไปรับประทานที่ร้าน ซึ่งต้องรอคิวเป็นเวลานาน เนื่องจากพนักงานออฟฟิศมันจะพักเที่ยงพร้อมกัน และเสียเวลาในการเดินทางกลับ แทนที่จะได้งีบกลางวันเพื่อผ่อนคลายความเครียดและทำให้สมองโล่งพร้อมทำงานตอนบ่าย

4. รู้จักปฏิเสธบ้าง

ถ้ามีเพื่อนมาชวนไปท่องเที่ยวหรือดูหนังฟังเพลง แล้วคุณมีงานค้างอยู่ ก็ต้องพิจารณาว่าสิ่งใดสำคัญและเร่งด่วนมากกว่ากัน หากจำเป็นต้องรีบส่งงานอย่างเร่งด่วน ก็ต้องกล้าที่จะพูดปฏิเสธเพื่อนบ้าง เพื่อทำให้คุณมีเวลาที่จะสะสางโดยเร็ว แล้วค่อยตามไปทีหลัง หรือนัดชดเชยในวันถัดไปแทน

จะเห็นได้ว่า เทคนิคการบริหารเวลาที่กล่าวมา เป็นสิ่งที่คุณสามารถที่จะฝึกฝนและปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ หากปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอย่อมทำงานเสร็จทันตามกำหนดเจ้านายอย่างแน่นอน

รวบรวมเทคนิคการบริหารเวลา

บริหารเวลาทำงาน

บริหารเวลาอย่างไรให้มีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม

แต่ละวันคนเรามี 24 ชั่วโมงเท่ากัน แต่มีคนจำนวนน้อยที่จะสามารถทำกิจกรรม ทั้งการงาน เล่นกีฬาและเรื่องส่วนตัวได้หลายอย่างในวันเดียวอย่างครบถ้วน

ในวันนี้เราได้รวบรวมเทคนิคการบริหารเวลาอย่างมีประสิทธิภาพมาฝากกัน เพื่อให้ทุกท่านใช้เวลาอย่างคุ้มค่ายิ่งขึ้นและมีเวลาเหลือมากขึ้นด้วย ดังนี้

1. การตัดสิ่งที่ไม่จำเป็นต้องคิดตัดสินใจออกไป เช่น การเลือกใช้เสื้อผ้าแบบคล้ายกัน เพื่อที่จะไม่ต้องเสียเวลาในการเลือกชุดทำงาน บุคคลตัวอย่างที่สำคัญคือ มาร์คซัคเคอร์เบิร์ก และ Steve Jobs ที่มีผู้สังเกตพบว่า เขานิยมใส่ชุดเรียบง่ายทุกวัน เป็นลักษณะของเสื้อยืด สีเทา ขาว หรือดำ และกางเกงยีนส์สีเรียบที่ไม่เป็นจุดเด่น ซึ่งเรียกว่าเป็นชุดที่สวมใส่สบายเรียบง่ายตลอดทั้งปี เนื่องจากว่าบุคคลเหล่านี้อยากทุ่มเทเวลาและกำลังความคิดให้กับเรื่องอื่นมากกว่าการต้องตัดสินใจเลือกเสื้อผ้าในแต่ละวัน ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องไม่จำเป็นในชีวิตของเขาเหล่านั้น

2. การมีตารางเวลากิจกรรมในแต่ละวันชัดเจนตั้งแต่ตื่นนอนจนถึงเวลาเข้านอน โดยส่วนใหญ่ ผู้ที่เป็นนักบริหารหรือนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ จะมีกำหนดตารางเวลาในแต่ละวันที่ชัดเจนและมักเลือกเวลาตอนเช้าสำหรับการออกกำลังกาย วันละครึ่งถึง 1 ชั่วโมงร่วมกับการนั่งสมาธิหรือทำกิจกรรมผ่อนคลาย เพื่อให้สมองปลอดโปร่ง ก่อนที่จะเตรียมตัวทำงาน เข้าประชุมหรือติดต่อธุรกิจค้าขาย ฯลฯ และเมื่อกลับถึงบ้านในเวลาก่อนนอนก็จะทำการวางแผนสำหรับกิจกรรมในวันรุ่งขึ้น เพื่อให้มีเป้าหมายในใช้ชีวิตแต่ละวันที่ชัดเจนยิ่งขึ้น

3. ช่วงก่อนนอนเป็นเวลาเสริมอาหารสมองด้วยหนังสือดี ๆ ที่ให้ความรู้ แนวคิดที่น่าสนใจและสร้างความรู้สึกผ่อนคลาย เพื่อช่วยให้การนอนหลับมีคุณภาพยิ่งขึ้น เรียกได้ว่าการเลือกประเภทหนังสือที่อ่านก่อนนอนที่เหมาะสม จะช่วยให้ได้ประโยชน์ทั้งความรู้สำหรับนำไปปรับใช้กับการทำงาน และทำให้หลับลึกได้โดยไม่ต้องใช้ยานอนหลับด้วย

4. เลือกคุยกับคนที่น่าสนใจ กล่าวคือ การให้เวลากับผู้ที่มีความคิดแปลกใหม่ที่มีประโยชน์ต่อสังคม ผู้ที่มีแนวคิดน่าสนใจในการดำเนินธุรกิจ ผู้ที่คิดนอกกรอบ ฯลฯ เพราะจะทำให้เวลาที่เสียไปมีคุณค่า สามารถนำความรู้จากการแลกเปลี่ยนประสบการณ์มาปรับใช้กับการทำธุรกิจหรือชีวิตประจำวันให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นไป

จะเห็นได้ว่า การบริหารเวลาให้มีคุณภาพเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับทุกคน ทำให้แต่ละวันมีความหมายมากขึ้น สามารถทำงานได้อย่างประสบความสำเร็จหลายด้านพร้อม ๆ กัน ขณะเดียวกัน ก็ยังทำให้มีเวลาเหลือให้แก่บุคคลในครอบครัวมากขึ้น รวมถึงเวลาสำหรับการออกกำลังกายเป็นประจำและการทำกิจกรรมอื่น ๆ เพื่อสังคมด้วย

การบริหารเวลาอย่างมีประสิทธิภาพ

เรื่องของเวลา

เทคนิคการบริหารเวลา

การบริหารเวลา

คุณมักจะบอกกับตัวเองและคนรอบข้างว่า “ไม่มีเวลา” แล้วอีกกี่ครั้งที่คุณต้องนั่งหายใจทิ้ง และปล่อยเวลาให้ล่วงเลยไปโดยเปล่าประโยชน์ แต่ความจริงเวลานั้นมีเท่ากันทุกวัน แต่คุณกลับใช้มันอย่างไม่มีประโยชน์จนทำให้รู้สึกว่าเวลามันน้อยลงไปทุกวัน และยิ่งคุณปล่อยให้เวลาผ่านเลยไปเท่าไหร่คุณจะยิ่งกังวลมากขึ้น และจะรู้สึกเสียดายเวลาที่หายไป ซึ่งเคล็ดลับการบริหารเวลานั้นไม่ยากเลย เพียงแค่คุณปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของตัวคุณเอง และปฎิบัติตามอย่างเคร่งคัด โดยเริ่มจากการ

1. จดบันทึกสิ่งที่ต้องทำในแต่ละวัน

คุณควรสำรวจตัวเองก่อนว่าในแต่ละวันคุณต้องทำอะไรบ้าง และใช้เวลาในการทำสิ่ง ๆ นั้นเท่าไหร่ และลองทำตามที่คุณจดบันทึกไว้ให้ได้ และพิจารณาว่าสิ่งที่เราได้ทำไปมันสมดุลกันแล้วหรือยัง ได้เสียเวลากับเรื่องที่ไม่เป็นเรื่องอย่าลงทุนไปพนันไปเท่าไหร่ และกี่ครั้งที่เราคอยผลัดมันไปตลอดทุกวัน คุณควรปรับปรุงเวลาของตนเองในเรื่องใดมากขึ้น

2. วางแผนเวลาการทำงานไว้ล่วงหน้า

ในแต่ละวันเราจะต้องทำงานในระยะเวลา 7-8 ชั่วโมง และควรวางแผนการทำงานล่วงหน้าไว้ และจัดลำดับความสำคัญของงานที่จะต้องทำว่างานไหนสำคัญก็ควรทำงานนั้นก่อน และงานไหนที่มีความยากก็ควรทำงานนั้นก่อน

3. เพิ่มเวลา

ถ้าคุณคิดว่าเวลาที่มีไม่พอสำหรับคุณ คุณก็ควรเพิ่มเวลให้กับตนเอง อย่างเช่นการตื่นเช้ากว่าเดิม หรือมีที่พักอยู่ใกล้ที่ทำงานเพื่อที่จะประหยัดเวลาในการเดินทาง และยิ่งคุณทำงานอยู่ในกรุงเทพ ก็ควรมีที่พักที่ใกล้ที่ทำงานเข้า ยิ่งเดินไปได้ยิ่งดี เพราะเรื่องรถติดที่กรุงเทพนี่ไม่ต้องพูดถึงเลย

เทคนิคการบริหารเวลา