บริหารเวลาทำงาน

ช่วง WFH บริหารเวลาอย่างไรไม่ให้เครียด

ช่วง WFH บริหารเวลาอย่างไรไม่ให้เครียด

Work from home หรือใช้ WFH เป็นคำย่อที่แพร่หลายเป็นที่รู้จักในวงกว้าง พร้อม ๆ กับสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 ที่ส่งผลกระทบออกไปในทุก ๆ ด้าน ทั้งเศรษฐกิจ สังคม การศึกษา โดยเฉพาะวิถีการดำรงชีวิตที่เปลี่ยนไปในพริบตา แบบ New Normal หรือชีวิตปกติใหม่ แต่ทั้งหมดทั้งมวลก็เพื่อความปลอดภัยในสุขอนามัยของทุกคน โดยเน้นประเด็นเรื่องการลดความแออัดและการแพร่ระบาด โดยให้ละเว้นการเดินทางในระบบขนส่งสาธารณะให้ได้มากที่สุด ทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชนจึงเลือกที่จะให้มาตรการ WFH หรือ Work from home เพื่อลดความเสี่ยงในการได้รับเชื้อไวรัสโคโรน่านั่นเอง แต่ทว่าหลายคนก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่า Work from home จริง ๆ แล้วเป็นเช่นไร เราจะพาไปทำความรู้จักการ WFH อย่างเหมาะสม ซึ่งจะช่วยเราบริหารเวลาไม่ให้เครียดได้อีกด้วย

สำหรับวิธีการ Work from Home นั้นมีขั้นตอนการปฏิบัติง่าย ๆ ดังนี้

1. เตรียมพร้อมอุปกรณ์การทำงาน เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก USBและ External บรรจุไฟล์เอกสาร ภาพประกอบโครงการต่าง ๆ เบอร์โทรศัพท์ และอุปกรณ์จำเป็นอื่นให้พร้อมสำหรับการเริ่ม Work from Home

2.กำหนดตารางเวลาการทำงาน เหมือนขณะที่ปฏิบัติงานในออฟิศหรือสำนักงาน เช่น เริ่มปฏิบัติงานตั้งแต่ประมาณ 08.30 น. พักกลางวันเวลา 12.00 น. และกลับสู่โหมดปฏิบัติงานเวลา 13.00 น.จนกระทั่งหมดเวลาทำงานหรือเสร็จสิ้นโครงการตามที่วางแผนไว้ ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลกแต่อย่างใด เพราะ WFH คือการทำงานแบบเต็มเวลาขณะที่อยู่บ้านนั่นเอง

3. เพื่อลดความตึงเครียดในการใช้สายตาและสมอง ควรจัดสรรเวลาประกอบเมนูมื้อกลางวัน ที่ช่วยให้อิ่มแบบสุขภาพดี หรืออาหารว่างประโยชน์เยอะที่ช่วยบำรุงสมองและสายตาไปพร้อม ๆ กัน เช่น นม น้ำผลไม้ปั่น ฯลฯและที่สำคัญการทำอาหารก็เป็นการทำสมาธิและผ่อนคลายความตึงเครียดลงได้อีกวิธีหนึ่งด้วย

4. การเลือกใช้แอปพลิเคชันทันสมัยในการทำงานร่วมกับทีม เช่น (Zoom, Skype หรือ การประชุมผ่าน VDO Conference หรือโปรแกรม Line เพื่อให้เราสามารถบริหารเวลาในส่วนต่าง ๆ ได้อย่างราบรื่น รวดเร็วต่อเนื่อง ส่งผลให้งานสำเร็จด้วยความสุขใจ

5. การเอาใจใส่ต่อสุขภาพร่างกาย ซึ่งอาจเป็นผลพวงมาจากการหักโหมเร่งงาน ทำให้นั่งนานจนปวดเมื่อย ปวดหลัง เป็นต้น ดังนั้นควรตั้งเวลาปลุกไว้ทุก ๆ 1-2 ชั่วโมงการทำงาน เพื่อการพักออกกำลังกายยืดเส้นยืดสายเบา ๆ ไปเดินเล่นชมนกชมไม้ หรือเอนหลังจิบเครื่องดื่มเย็น ๆ หรือน้ำผลไม้สดเย็นชื่นใจ นอกจากช่วยให้ผ่อนคลายแล้ว การพักผ่อนระหว่างทำงานยังเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานด้วย เช่น สามารถคิดอ่านและตัดสินใจได้ดีขึ้น หรือปิ๊งไอเดียบางอย่างขณะที่พัก เป็นต้น

นอกจากนี้วิธีข้างต้นแล้ว ยังมีเทคนิคในการบริหารเวลาที่น่าสนใจ ช่วยให้งานดี สุขภาพเลิศ โดยคุณสามารถทำได้ง่าย ๆ ด้วยกฎ 20-20-20 เช่น ให้พักสายตาทุก ๆ 20 นาที หันไปมองต้นไม้ใบหญ้าสีเขียว ๆ หรือจุดตัดของขอบฟ้าที่ใดที่หนึ่งในระยะ 20 ฟุต หรือ 6 เมตร โดยประมาณ ภายในเวลา 20 วินาที เพียงเท่านี้ความตึงเครียดของกล้ามเนื้อบริเวณกระบอกตา สมอง ต้นคอ บ่าและไหล่ จะผ่อนคลายลงได้อย่างน่ามหัศจรรย์